บทที่ 2 แรกเจอ

“จำปา เฮอะ เชยซะไม่มี”

“ชื่อมึงมันต่างกับของมันตรงไหนวะอินวลใย หน็อย ตั้งท่ารังเกียจยั้งชื่อนะมึง”

“ชื่อนวลใยก็ดีกว่าจำปาแล้วกันล่ะน้า”

“ชื่อนี้คุณท่านตั้งให้หนูค่ะ” เธออธิบายเสียงเรียบ ทว่าไม่กล้าเงยหน้าสบตานวลใยเท่าที่ควรนัก แต่เพียงเท่านั้นก็ทำให้สาวใช้รุ่นพี่ยอมหุบปากและเดินสะบัดตูดไปปิดสวิตซ์ไฟเสียดื้อๆ

“นอนๆกันเหอะ พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า”

ดวงตาใสแป๋วกรอไปมาในความมืด อาจจะเพราะแปลกที่จึงทำให้เธอนอนไม่หลับนอนพลิกตัวไปมากระทั่งหยุดนิ่งที่ท่าตะแคงหันไปทางหน้าต่างที่เปิดไว้ สายตาสอดส่องมองท้องฟ้ามืดมิดด้านนอก พร้อมกับความสงสัยว่าใครกันที่จุดพลุสวยงามอลังการเช่นนี้ในยามดึกดื่น ในเวลาตีสี่ที่เงียบสงัดจนได้ยินเสียงแว่วของรถเครื่องจอดหน้าเรือนใหญ่ซึ่งเจ้าของไร่เป็นคนขับเข้ามา

               “คุณย่ามาถึงแล้วเหรอ”

เจ้าของคฤหาสน์ไม้สักและไร่อันกว้างใหญ่ไพศาลเอ่ยถามคนขับรถซึ่งรอพาพวกแม่ครัวไปจ่ายตลาดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“มาแล้วครับ”

“มาตั้งแต่เมื่อไหร่น่ะ”

“ประมาณช่วงตีสามครับคุณชัช”

“..ออ งั้นเหรอ”

ร่างสูงโปร่งเดินถือเสื้อคลุมตัวนอกพาดไหล่ เสื้อเชิ้ตตัวในถูกปลดกระดุมออกสามเม็ดเผยแผงอกล่ำสัน ใบหน้าคมคายปรากฏรอยยิ้มขณะทอดมองเข้าไปในตัวบ้าน ความรู้สึกต่างจากแต่ก่อนที่มีแต่ความเบื่อหน่ายและต้องจำใจเดินเข้าบ้านอันโออ่าและเงียบเหงาวังเวงหลังนี้ ดีหน่อยที่มีเงินบันดาลสุราและนารีให้คลายเหงาผ่านพ้นคืนวันอันน่าเบื่อ

พรุ่งนี้เป็นต้นไป เขาคงต้องกลับให้ตรงเวลาและเลิกพาสาวๆเข้ามาบำเรอกามในบ้านหลังนี้เสียแล้ว

ร่างผอมบางเดินขยี้เปลือกตาสภาพยังงัวเงียหลังจากถูกนวลใยปลุกทั้งที่ได้นอนหลับไปเพียงชั่วโมงเศษ เธอยื่นหน้ามองเข้าไปในครัวหวังไปช่วยงานในนั้น แต่ต้องยิ้มเก้อเพราะไม่มีใครสนใจจะมองเธอ ทุกคนต่างก้มหน้าก้มตาง่วนอยู่กับหน้าที่ของตนอย่างชำนิชำนาญ ทั้งหั่นเนื้อ หั่นผัก ปรุงอาหารอยู่หน้าเตา แม่ครัวจำนวนหกคนดูเคร่งขรึมเสียจนจำปารู้สึกจะเป็นส่วนเกินหากเข้าไปในนั้น พลอยจะทำให้รำคาญมากกว่าช่วยเบาแรง สาวใช้วัยสิบแปดจึงเดินเลียบมาทางห้องเก็บของพบนวลใยและแม่บ้านอีกคนกำลังเกี่ยงยัดไม้กวาดและไม้ขนไก่ให้กันไปมา

“ไม่เอา แกนั่นแหละ”

“ไม่ แกไปเลย”

“หยุดเลยอีนวลใย อย่ามาขี้โกง วันนี้วันพุธ เป็นเวรแก”

“ยี้ ไม่เอาอ่ะ วันนี้วันพระใหญ่พอดี แกไปเหอะฉันจ้างห้าสิบบาทเลยเอ้า”

“ร้อยนึงกูก็ไม่เอา อย่ามานิสัยเสีย เอาไป!” แม่บ้านรุ่นราวคราวเดียวกันโยนไม้กวาดและเดินหนีไปด้วยความโมโห

“โธ่..”

นวลใยทำหน้ามุ่ยแววตาคิดหนักขณะหยิบอุปกรณ์จะไปทำความสะอาดห้องคุณน้ำชา พอเจอนังจำปาหล่อนกลับยิ้มร่าขึ้นมาทันควัน

“จำปาจ๊ะ มานี่มา”

“ว่าไงจ๊ะพี่มีอะไรให้ฉันช่วยบอกได้นะ”

“อ่ะนี่ งานแก ไปปัดกวาดเช็ดถูห้องเจ้านายชั้นสามห้องที่สองฝั่งซ้ายมือนับจากทางบันไดนะมึง”

“ได้จ้าพี่” เธอยิ้มแฉ่งให้กับนวลใยที่ยอมพูดดีกับเธอ แบบนี้ค่อยรู้สึกมีแรงทำงานและใจชื้นขึ้นมาหน่อย

“อ่ะ ถือดีๆนะจ๊ะ” เธอรีบยัดอุปกรณ์ทั้งหมดเข้าไปในวงแขนจำปาก่อนที่น้าแจ่มหรือป้านิดหัวหน้าแม่บ้านจะมาเห็นเข้า

"โชคดีนะจ๊ะ" หล่อนขยิบจมูกโบกมือลาอย่างอารมณ์ดี โดยเจ้าตัวไม่รู้เลยว่าห้องนั้นเจ้าของตายไปแล้ว และเฮี้ยนจนป้านิด หัวหน้าแม่บ้านต้องกำหนดเวรทำความสะอาดไว้บนกระดาษอย่างเคร่งครัด ยุติปัญหาเกี่ยงกันเข้าไปทำความสะอาด

“เฮอะ อิจำปาหน้าโง่”

สาวใช้หุ่นสูงเพรียวในชุดเสื้อยืดรัดรูปกับผ้าถุงสั้นเลยเข่าสีกรมท่าลายขวางยืนกอดอกพร้อมหมายมั่นไว้ในใจว่านังจำปานี่แหละจะเป็นตัวแทนทำความสะอาดห้องคุณน้ำชาให้หล่อน

ร่างบางหอบของไว้มั่นกัดฟันเดินขึ้นบันไดพาตัวเองมาถึงห้องที่ได้รับมอบหมายอย่างทุลักทุเล เธอกวาดสายตามองดูบรรยากาศในห้องโอ่อ่าที่เงียบเชียบหน้าต่างและผ้าม่านถูกปิดจนมืดทึบ สังเกตสีผนังห้องและเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งก็เดาได้ง่ายๆว่าเจ้าของห้องนี้คงเป็นผู้หญิง

“หนูขออนุญาตทำความสะอาดนะคะ”

แม่สาวใช้เอ่ยขออนุญาตเสียงเจื้อยแจ้วตามมารยาท เมื่อเดินไปเรื่อยๆมองบนเตียงใหญ่ถูกคลุมด้วยผ้าขาวจึงถอนหายใจอย่างโล่งอกที่ตนจะได้ทำความสะอาดอย่างสบายใจไม่ต้องเกร็ง

........

ครืดดด

“..?”

ครืดด

 “ฮึ่ยย..”

เสียงลากโต๊ะเก้าอี้ในห้องพี่สาวรบกวนการนอนหลับของใครบางคนจนต้องพลิกกายไปมาเปลี่ยนท่านอนพร้อมดึงผ้าห่มมาปิดหู

ครืดดด

“ฟู่วว..”

..

ปึง!!

กระทั่งทนไม่ไหวเมื่อแม่บ้านลากโต๊ะชนผนังห้องซึ่งติดกันปลุกให้ชัชวาลดีดกายขึ้นมาอย่างหงุดหงิด

“โธ่เว้ย”

ร่างใหญ่เดินยีผมงัวเงียออกไปดูแม่บ้านถึงห้องพี่สาวแม้จะหลงเหลือเพียงชื่อและความทรงจำแล้วแต่เขายังคงให้คนเข้าไปทำความสะอาดห้องทุกวัน

 เสียงเพลงจากลำโพงขนาดเล็กดังแกร่วอยู่หน้าห้องน้ำผสานเสียงร้องตามอย่างอารมณ์ดีนั้นทำให้เขาประหลาดใจมาก ปกติแม่บ้านที่นี่จะรีบๆทำเสร็จให้ไวที่สุดไม่มีทางใจเย็นเปิดเพลงร้องขณะทำความสะอาดห้องที่พวกหล่อนอุปทานหมู่กันว่าเฮี้ยนหนักหนาหรอก

               ชัชวาลเดินโหย่งเท้าหยุดยืนหน้าห้องน้ำมองไปยังสาวใช้ร่างเล็กราวกับเด็กมัธยมต้นกำลังนั่งยองๆหันหลังให้ มือเล็กออกแรงจับแปรงเสียแน่นขัดถูพื้นห้องน้ำจนมองเห็นเส้นเลือดบนหลังมือขึ้นเป็นนูน เขาขมวดคิ้วงงงวยไม่คุ้นแม่บ้านคนนี้สักเท่าไหร่ แถมการแต่งตัวยังดูกะโปโลไม่เรียบร้อย หล่อนสวมเสื้อยืดกางเกงยีนส์ขาสั้นมีขอบกางเกงในสีชมพูโผล่พ้นออกมา แม่สาวผมสั้นผิวคล้ำร่างผอมบางยังคงร้องเพลงสบายใจไม่รู้เลยว่าถูกเจ้าของบ้านเพ่งมองอยู่

               ก๊อก ก๊อก ก๊อก “อะแฮ่มๆ”

               “..”

               “ฮื้มม ฮืม ฮืมม”

               ชัชวาลกรอกสายตาขึ้นมองบนเมื่อเคาะประตูห้องน้ำแล้วแม่นี่ยังไม่ได้ยินอีก

               ปึง!!

               “ ปิดเพลงเดี๋ยวนี้!!”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป